หัวข้อ: เบสิกดูแลปลาทองที่คุณรัก  (อ่าน 14964 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


boss70

  • บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 26 สิงหาคม 2011, 11:41:38 AM »
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมไม่ใช่เซียนปลาทอง เริ่มเลี้ยงครั้งแรกเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว สมัยก่อนมีแค่อ่างคอนกรีต ไฟเบอร์ไม่ต้องพูดถึง ลงทุนก่อบ่อคอนกรีตเลี้ยงประมาณ 100 กว่าตัว (ไม่ใช่ฟาร์มนะ) แบบว่าเจอที่ไหนถูกใจซื้อดะ จนอ่างงอกเต็มบ้าน แต่พอเรียนจบทำงานไม่มีเวลาดูแลก็เลยเลิกเลี้ยง

ตอนนี้เพิ่งจะหวนกลับมาเลี้ยงใหม่ เพราะต้องการให้ลูกๆมีงานอดิเรกทำ ช่วยเลี้ยงบ้าง ช่วยล้างอ่างบ้าง เน้นเฉพาะหัวสิงห์อย่างเดียว ยอมรับว่าปัจจุบันสายพันธุ์ปลาทองพัฒนาไปมาก จนผมตามแทบไม่ทัน อุปกรณ์การเลี้ยงก็ก้าวกระโดดไปจนผมยังทึ่ง เพราะ 20 ปีก่อนมันยังไม่มีมากมายขนาดนี้

ก่อนที่เราจะเลี้ยงปลาทอง อันดับแรกคุณต้องดูความพร้อมที่จะเลี้ยงปลา ทั้งเรื่องสถานที่ ทุนทรัพย์ (งบประมาณ) ที่สำคัญที่สุดคือ....เวลาและความตั้งใจจริง ถ้าผ่านเรื่องแรกไปแล้ว ก็มาถึงเรื่องการเตรียมอุปกรณ์การเลี้ยง ตั้งแต่บ้านที่จะเลี้ยง มีทั้งตู้ ทั้งอ่าง ทั้งบ่อ แล้วแต่ความสะดวกของท่าน อุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยง ไล่ไปตั้งแต่ระบบกรอง เครื่องให้ออกซิเจน อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

จากนั้นก็เอามาจัดวางและเตรียมตัวสำหรับบต้อนรับสมาชิกใหม่กัน หากเป็นไปได้ควรติดตั้งตู้ / อ่าง / ภาชนะที่จะใช้ให้เรียบร้อย เปิดทดสอบระบบต่างๆสัก 2-3 วัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย คุณก็ไปสู่ขอ....เจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวของคุณมาเลี้ยงได้เลยครับ

ทีนี้ก็มาคุยกันต่อถึงขั้นตอนที่แสนจะยุ่งยาก เหน็ดเหนื่อยและสร้างปัญหาให้กับผู้เลี้ยงปลาทุกคนคือ.[/size]...เลี้ยงยังไงให้มันเติบโต แข็ง แรงและสวยงาม ปราศจากโรค 

เอาแบบที่ผมเจอกับตัวเองเลยนะครับ ....ผมแยกเลี้ยงหัวสิงห์ไว้ 2 จุด จุดแรกคือตู้เฟอร์นิเจอร์ในออฟฟิศ จุดนี้ไม่ค่อยเจอปัญหามากนัก อย่างมากก็แค่เปลี่ยนถ่ายน้ำ ล้างใยกรองทุกๆ2 วัน

แต่ที่เจอปัญหาเยอะที่สุดคือ อ่างบนชั้นดาดฟ้า ซึ่งมีอยู่ 3 อ่าง ตั้งอยู่ใต้หลังคา ไม่โดนฝนแน่นอน ส่วนแดดจะโดนช่วงบ่ายๆไปแล้ว แต่เนื่องจากอยู่บนดาดฟ้าอาคารที่อยู่ริมถนนใหญ่ ทำให้มีลมพัดผ่านตลอดทั้งวัน อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากในแต่ละวัน ช่วงแรกๆผมไม่ได้ติดฮีตเตอร์รักษาอุณหภูมิ ปลาป่วยยกบ่อบ่อยมากๆ ส่วนใหญ่จะซึม ไม่กินอาหารและจมอยู่ก้นอ่าง หนักเข้าก็ตกเลือด เดือดร้อนต้องรักษาทั้งบ่อ

วิธีการที่ผมใช้คือ เปลี่ยนถ่ายน้ำ 50 ใส่ยาเหลือง + เกลือ ให้ออกซิเจนแรงๆ งดอาหารจนกว่าอาการจะดีขึ้น ถึงจะเริ่มให้อาหาร อาการตกเลือด+ซึม ใช้เวลารักษาไม่เกิน 3 วันก็หายครับ

จากนั้นมาก็เลยติดเทอร์โม+ฮีตเตอร์ทุกอ่างเลยครับ ถึงได้รู้ว่าตัวการสำคัญที่ทำให้ปลาป่วยได้ง่ายและเร็ว คืออุณหภูมิของน้ำ เพราะผมจับสังเกตจากเครื่องวัด ตอนเช้า(เดือนส.ค.) อยู่ที่ประมาณ 25 -27 องศาฯ บ่ายขยับเป็น 30-32 กลางคืนลดฮวบมาอยู่ที่ 24-25 (เพราะมีลมพัดโกรกทั้งคืน บางคืนฝนตกลงมาอีกอุณหภูมิก็ลดต่ำลงไปอีก) เหมือนคนเรา เจอร้อนๆ แล้วก็มาเจอหนาวๆเย็นๆในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน รับรองไข้กินทุกคน...ปลาก็เหมือนกัน สรุปตอนนี้ผมใช้ฮีตเตอร์ทุกวัน ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 30 องศาฯครับ

เดี๋ยววันหน้าจะมาเล่าถึงอาการป่วยของปลาแบบอื่นๆที่เจอมากับตัวเอง เพิ่มเติมนะครับ  :)   

มิ้วค์

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 699
    • ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2011, 11:56:41 PM »
 :D   กดLike  ให้ครับ  ข้อมูลดีต้องช่วยกันแชร์ สนับสนุนข้อความดีๆ  สมาชิคท่านอื่นๆมาร่วมแชร์กันนะครับ  เผื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

ขอบคุณจากใจจริงสำหรับบทความดีๆที่มาลง  สัญญาแล้วนะครับ ว่าจะมีภาคต่อ  ผมจะรอชมอีกนะครับ

สวัสดีครับ

โอปอ

  • บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 03 กันยายน 2011, 03:33:22 PM »
     :) กดLike  ให้เช่นกันค่ะ  ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะค่ะ 

ปวันดา ชูจันทร์

  • บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 18 กันยายน 2011, 05:36:58 PM »
ขอบคุณนะค่ะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นดีค่ะ  เพราะโบว์เพิ่งเริ่มหัดเลี้ยงเองค่ะ ยังไม่ค่อยรู้มากเท่าไหร่  อิอิ

wat1001

  • บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 กันยายน 2011, 01:25:18 PM »
สุดยอดเลยครับ ที่นำประสบการณฺ์การเลี้ยง มาเข้าสู่กันฟัง ครับ :D :D :D

katy12

  • บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 26 มกราคม 2012, 03:55:18 PM »
ขอบคุณมากที่เอามาฝากนะคะ  8)

VALUE

  • บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 14 มีนาคม 2012, 03:18:50 PM »
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมไม่ใช่เซียนปลาทอง เริ่มเลี้ยงครั้งแรกเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว สมัยก่อนมีแค่อ่างคอนกรีต ไฟเบอร์ไม่ต้องพูดถึง ลงทุนก่อบ่อคอนกรีตเลี้ยงประมาณ 100 กว่าตัว (ไม่ใช่ฟาร์มนะ) แบบว่าเจอที่ไหนถูกใจซื้อดะ จนอ่างงอกเต็มบ้าน แต่พอเรียนจบทำงานไม่มีเวลาดูแลก็เลยเลิกเลี้ยง

ตอนนี้เพิ่งจะหวนกลับมาเลี้ยงใหม่ เพราะต้องการให้ลูกๆมีงานอดิเรกทำ ช่วยเลี้ยงบ้าง ช่วยล้างอ่างบ้าง เน้นเฉพาะหัวสิงห์อย่างเดียว ยอมรับว่าปัจจุบันสายพันธุ์ปลาทองพัฒนาไปมาก จนผมตามแทบไม่ทัน อุปกรณ์การเลี้ยงก็ก้าวกระโดดไปจนผมยังทึ่ง เพราะ 20 ปีก่อนมันยังไม่มีมากมายขนาดนี้

ก่อนที่เราจะเลี้ยงปลาทอง อันดับแรกคุณต้องดูความพร้อมที่จะเลี้ยงปลา ทั้งเรื่องสถานที่ ทุนทรัพย์ (งบประมาณ) ที่สำคัญที่สุดคือ....เวลาและความตั้งใจจริง ถ้าผ่านเรื่องแรกไปแล้ว ก็มาถึงเรื่องการเตรียมอุปกรณ์การเลี้ยง ตั้งแต่บ้านที่จะเลี้ยง มีทั้งตู้ ทั้งอ่าง ทั้งบ่อ แล้วแต่ความสะดวกของท่าน อุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยง ไล่ไปตั้งแต่ระบบกรอง เครื่องให้ออกซิเจน อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

จากนั้นก็เอามาจัดวางและเตรียมตัวสำหรับบต้อนรับสมาชิกใหม่กัน หากเป็นไปได้ควรติดตั้งตู้ / อ่าง / ภาชนะที่จะใช้ให้เรียบร้อย เปิดทดสอบระบบต่างๆสัก 2-3 วัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย คุณก็ไปสู่ขอ....เจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวของคุณมาเลี้ยงได้เลยครับ

ทีนี้ก็มาคุยกันต่อถึงขั้นตอนที่แสนจะยุ่งยาก เหน็ดเหนื่อยและสร้างปัญหาให้กับผู้เลี้ยงปลาทุกคนคือ.[/size]...เลี้ยงยังไงให้มันเติบโต แข็ง แรงและสวยงาม ปราศจากโรค 

เอาแบบที่ผมเจอกับตัวเองเลยนะครับ ....ผมแยกเลี้ยงหัวสิงห์ไว้ 2 จุด จุดแรกคือตู้เฟอร์นิเจอร์ในออฟฟิศ จุดนี้ไม่ค่อยเจอปัญหามากนัก อย่างมากก็แค่เปลี่ยนถ่ายน้ำ ล้างใยกรองทุกๆ2 วัน

แต่ที่เจอปัญหาเยอะที่สุดคือ อ่างบนชั้นดาดฟ้า ซึ่งมีอยู่ 3 อ่าง ตั้งอยู่ใต้หลังคา ไม่โดนฝนแน่นอน ส่วนแดดจะโดนช่วงบ่ายๆไปแล้ว แต่เนื่องจากอยู่บนดาดฟ้าอาคารที่อยู่ริมถนนใหญ่ ทำให้มีลมพัดผ่านตลอดทั้งวัน อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากในแต่ละวัน ช่วงแรกๆผมไม่ได้ติดฮีตเตอร์รักษาอุณหภูมิ ปลาป่วยยกบ่อบ่อยมากๆ ส่วนใหญ่จะซึม ไม่กินอาหารและจมอยู่ก้นอ่าง หนักเข้าก็ตกเลือด เดือดร้อนต้องรักษาทั้งบ่อ

วิธีการที่ผมใช้คือ เปลี่ยนถ่ายน้ำ 50 ใส่ยาเหลือง + เกลือ ให้ออกซิเจนแรงๆ งดอาหารจนกว่าอาการจะดีขึ้น ถึงจะเริ่มให้อาหาร อาการตกเลือด+ซึม ใช้เวลารักษาไม่เกิน 3 วันก็หายครับ

จากนั้นมาก็เลยติดเทอร์โม+ฮีตเตอร์ทุกอ่างเลยครับ ถึงได้รู้ว่าตัวการสำคัญที่ทำให้ปลาป่วยได้ง่ายและเร็ว คืออุณหภูมิของน้ำ เพราะผมจับสังเกตจากเครื่องวัด ตอนเช้า(เดือนส.ค.) อยู่ที่ประมาณ 25 -27 องศาฯ บ่ายขยับเป็น 30-32 กลางคืนลดฮวบมาอยู่ที่ 24-25 (เพราะมีลมพัดโกรกทั้งคืน บางคืนฝนตกลงมาอีกอุณหภูมิก็ลดต่ำลงไปอีก) เหมือนคนเรา เจอร้อนๆ แล้วก็มาเจอหนาวๆเย็นๆในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน รับรองไข้กินทุกคน...ปลาก็เหมือนกัน สรุปตอนนี้ผมใช้ฮีตเตอร์ทุกวัน ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 30 องศาฯครับ

เดี๋ยววันหน้าจะมาเล่าถึงอาการป่วยของปลาแบบอื่นๆที่เจอมากับตัวเอง เพิ่มเติมนะครับ  :)

************ขอบคุณมั๊กกกม๊ากกกกกกกกกกก  เลย น๊ค๊***************  ได้ความรู้จิ๊งงงงงงงงงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยเชี๊ยววววค๊ะ
                                     
             sports

Musicokth

  • บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: 29 เมษายน 2012, 10:48:37 AM »
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีดีครับ

pp

  • บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2012, 05:05:06 PM »
ขอบคุณครับ ;D

monkey

  • บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 13 กันยายน 2012, 04:55:36 PM »
ยอด